หน้าแรก

สมัครสมาชิก

สมาชิกของเรา

คณะผู้บริหาร

แนวคิดธุรกิจ

แผนการตลาด

ทำไมต้องกิฟฟารีน

ผลิตภัณฑ์ของเรา

ศูนย์บริการ

โรงงานของเรา

สาระน่ารู้

เว็บไซด์ขยายงาน

เว็บบอร์ด

โปรโมชั่น

กลุ่มบริษัทในเครือ

แลกลิ้งค์กับเรา

เกี่ยวกับเรา

ติดต่อเรา

 


คุณวิชิต-โอลาสวรรค์ บุญเพ็ง แม่ทีมของเว็บนี้


ร่วมพูดคุยสดๆกับเราที่นี่


คุยกับ Webmaste ผ่าน MSN ได้ที่ noppakun_t@hotmail.com


ชมโฆษณากิฟฟารีนชุดล่าสุด


เช็คยอดออนไลน์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

>>เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสารอาหารสำหรับเด็ก

 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับสารอาหารสำหรับเด็ก

          กรด ดี เอช เอ  ( DHA, โดโคซาเฮกซาอีโนอิก ( Docosahexaenoic acid ) แหล่งของ ดี เอช เอ คือ น้ำมันปลา DHA กำลังเป็นที่ให้ความสนใจอย่างมากในด้านบำรุงสมอง 

          ธัญพืช เป็นแหล่งของโปรตีน และใยอาหาร โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและบำรุงรักษาเซลล์ทุกชนิดของ ร่างกาย ใยอาหาร ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ หากไม่ได้รับประทานอาหารที่มีกากใยแล้วจะมีปัญหาเรื่องท้องผูกตามมา ซึ่งหากปล่อยให้ท้องผูกเรื้อรังก็จะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ

          เบต้า แคโรทีน พบมากในแครอท เบต้า แคโรทีน นอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงแล้ว ในภาวะที่ร่างกายขาดวิตามินเอ เบต้า แคโรทีน ยังสามารถที่จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย  จึงป้องกันโรคได้หลายชนิดที่เกิดจากการขาดวิตามินเอ เช่น โรคตาฟางในเวลากลางคืน เติบโตช้า ผิวหนังแห้งกร้าน จึงแก้ปัญหาเรื่องเด็กได้รับสารอาหารต่าง ๆ ไม่พอเพียง เป็นอาหารสมองของลูกรัก ในรูปแบบขนมที่มีประโยชน์อร่อย รับประทานได้ง่าย

          ความฉลาดทางสติปัญญา หรือ ไอคิว ( INTELLIGENCE QUOTIENT) เป็นการวัดความสามารถทางคิดวิเคราะห์ ความสามารถทางวิชาการ วัดความจำ การอ่านเขียน คำนวณแต่ไม่ได้วัดด้านอื่น ๆ เช่น  ความคิดสร้างสรรค์, ทักษะต่าง ๆ ด้านการทำงาน,ทักษะชีวิตประจำวัน ฯลฯ วัดได้จากอายุสมองเทียบกับอายุจริง ปกติควรอยู่ที่ 90-110 ไอคิวของเด็กนั้น ขึ้นกับปัจจัยสำคัญ 3 ประการ หรือ เรียกกันย่อ ๆ ว่า 3 N คือ
          1. Nature : ได้แก่ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม กล่าวคือพ่อแม่ฉลาด  ลูกก็จะมีพื้นฐานที่ดีในเรื่องระดับสติปัญญา
          2. Nurture : ได้แก่ การเลี้ยงดู ซึ่งหมายถึงสิ่งแวดล้อม  การกระตุ้นต่างๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาระดับสติปัญญา
          3. Nutrition : ได้แก่ โภชนาการ หรือ อาหาร

          เมื่อมาพิจารณาในปัจจัยเรื่อง Nutrition หรือ โภชนาการ แล้ว หากเจาะลึกเข้าไปถึงสารอาหารที่เกี่ยวกับการพัฒนาและการทำงานของสมองแล้ว เรามีชื่อเรียกเฉพาะกันว่า  Neuronutrients ( นิวโรนิวเทรียน์ ) ตัวอย่างของ Neuronutrients ได้แก่อาหารประเภท โปรตีน  ไขมัน  คาร์โบไฮเดรต  วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ

เรามาทำความรู้จักกับ Neuronutrients บางตัวกันเถอะว่าเขาทำงานอย่างไร จึงไปช่วยเสริมสร้างและให้พลังงานแก่สมองของเรา
          1. โปรตีน  โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและบำรุงรักษาเซลล์ทุกชนิดของ ร่างกาย ซึ่งหมายความรวมถึงเซลประสาทด้วย   โปรตีน เกิดจากหน่วยเล็กที่เรียกว่า กรดอะมิโนมาเรียงต่อกัน  เมื่อเรารับประทานโปรตีนเข้าไป  ร่างกายก็จะย่อยโปรตีนนั้นกลับมาเป็นกรดอะมิโน เพื่อให้เซลต่างๆดูดซึมไปใช้   แหล่งของโปรตีนคือ เนื้อสัตว์  ถั่วเหลือง

          2. ไขมัน  เนื้อสมองประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่เป็นไขมัน  ซึ่งไขมันนั้น ก็เกิดจากกรดไขมันนั่นเอง  หนึ่งในกรดไขมันที่มีหลายๆงานวิจัยสนับสนุนว่า มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมองในหลายๆด้าน คือ กรดโดโคซาเฮกซาอีโนอิก ( Docosahexaenoic acid ) หรือเป็นที่เรียกกันติดปากว่า DHA นั่นเอง  แหล่งของ ดี เอช เอ คือ น้ำมันปลา สาหร่ายทะเล

          3. คาร์โบไฮเดรต   ร่างกายจะย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตเป็นหน่วยย่อยที่เรียกว่ากลูโคส ซึ่งเจ้ากลูโคสนี่เองที่เป็นแหล่งพลังงานให้แก่สมอง และเซลประสาทต่างๆ  พลังงานนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นมากต่อการส่งสัญญาณไฟฟ้าชีวภาพ ( bioelectric ) ไปยังระบบประสาท รวมถึงจำเป็นต่อการใช้ในการซ่อมแซมประสาทที่สึกหรอด้วย   กลูโคสได้จากคาร์โบไฮเดรตประเภท แป้ง และ น้ำตาล

          นอกจาก Neuronutrients แล้ว   สารอาหารอื่นๆที่จำเป็นต่อเด็กก็ยังมีอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นวิตามิน  เกลือแร่ต่าง ๆ  ใยอาหาร เป็นต้น  อย่างไรก็ตาม แหล่งของสารอาหารเหล่านี้มักจะอยู่ใน ผัก และ ผลไม้ ซึ่งผู้ปกครองหลาย ๆ คนมักประสบปัญหาที่ว่า เด็ก ๆ มักจะบ่ายเบี่ยงและไม่ค่อยรับประทานกัน ทั้ง ๆ ที่สารอาหารเหล่านี้ ส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี เช่น
          - ใยอาหาร  ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ  หากไม่ได้รับประทานอาหารที่มีกากใยแล้ว จะมีปัญหาเรื่องท้องผูกตามมา ซึ่งหากปล่อยให้ท้องผูกเรื้อรังก็จะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ
          - เบต้า แคโรทีน  พบมากในแครอท    เบต้า แคโรทีน จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย หากขาดวิตามินเอแล้ว จะเป็นโรคตาฟางในเวลากลางคืน  เติบโตช้า  ผิวหนังแห้งกร้าน

          ปัญหาดังกล่าว ผู้ปกครองได้ทำการปรับเปลี่ยนเทคนิค เพื่อให้เด็ก ๆ ได้สารอาหารโดยที่เด็ก ๆ ไม่ปฏิเสธ โดยเปลี่ยนรูปอาหารให้เป็นที่น่าสนใจและชื่นชอบของเด็ก ๆ เช่น เป็นน้ำผัก ผลไม้ หรือเป็นขนมเม็ดเคี้ยว ที่มีคุณค่าอาหารดังกล่าวอยู่ภายใน  โดยเฉพาะขนมนั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นของที่คู่กับเด็กเลยก็ว่าได้ หากมี อาหารที่มีคุณค่าที่อยู่ในรูปขนมที่อร่อย รับประทานง่ายแล้ว เด็ก ๆ ก็ยากที่จะปฏิเสธ และจะช่วยให้เด็กได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์  โดยเฉพาะเด็กบางคนที่ปฏิเสธผักและผลไม้โดยสิ้นเชิง


 


 

 

 

 

 

 

 

Copyright © 2008 All Rights Reserved GiffarineSociety.Com