หน้าแรก

สมัครสมาชิก

สมาชิกของเรา

คณะผู้บริหาร

แนวคิดธุรกิจ

แผนการตลาด

ทำไมต้องกิฟฟารีน

ผลิตภัณฑ์ของเรา

ศูนย์บริการ

โรงงานของเรา

สาระน่ารู้

เว็บไซด์ขยายงาน

เว็บบอร์ด

โปรโมชั่น

กลุ่มบริษัทในเครือ

แลกลิ้งค์กับเรา

เกี่ยวกับเรา

ติดต่อเรา

 


คุณวิชิต-โอลาสวรรค์ บุญเพ็ง แม่ทีมของเว็บนี้


ร่วมพูดคุยสดๆกับเราที่นี่


คุยกับ Webmaste ผ่าน MSN ได้ที่ noppakun_t@hotmail.com


ชมโฆษณากิฟฟารีนชุดล่าสุด


เช็คยอดออนไลน์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

>>เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ โคลีน และ วิตามิน บี คอมเพล็กซ์

 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ โคลีน และ วิตามิน บี คอมเพล็กซ์

สรุปคุณสมบัติของโคลีน
          1. เป็นสารอาหารที่จำเป็น และช่วยในการทำงานของระบบประสาท เช่น ความจำ และการทำงานของกล้ามเนื้อ
          2. ช่วยในการขนส่งไขมันและโคเลสเตอรอล ช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือดและหลอดเลือดหัวใจ
          3. ช่วยในการทำงานของตับให้เป็นปกติ การขาดโคลีนในสัตว์ทดลองทำให้มีไขมันสะสมในตับและนำไปสู่การเป็นมะเร็งตับ

สรุปคุณสมบัติของ วิตามิน บี คอมเพล็กซ์
          1. ช่วยในการทำงานของระบบประสาททั้งหมดในร่างกาย
          2. ช่วยรักษาโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินบี เช่น เหน็บชา เส้นประสาทอักเสบ ตากระตุก ปากนกกระจอก ผิวหนังหยาบ ผิวหนังอักเสบ ลิ้นอักเสบ และโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี

โคลีน
          โค ลีนเป็นสารอาหารสำคัญตัวหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย มีความสำคัญต่อความสมบูรณ์ของโครงสร้างของผนังเซลล์ ( Structural integrity of cell membranes ) เมตาบอลิสมของเมธิล ( Methyl metabolism ) การส่งผ่านของกระแสประสาท ( Cholinergic neurotransmission ) การส่งสัญญาณผ่านผนังเซลล์ ( Transmembrane signaling ) และ เมตาบอลิสม กับ การขนส่ง ของไขมันและโคเลสเตอรอล ( อ้างอิงที่ 1 )
          โคลีนเป็นสารตั้งต้นหลักในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทที่มีชื่อว่า อะเซททิลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่ง Acetylcholine นี้เป็นสารสื่อประสาทสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความจำ การควบคุมกล้ามเนื้อ และหน้าที่อื่น ๆ อีกหลายอย่าง ( อ้างอิงที่ 1 ) ดังนั้น โคลีนจึงมีผลต่อขบวนการส่งกระแสประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำและการรับรู้ เรียกได้ว่ามีบทบาทในพัฒนาการด้านการเรียนรู้ โดยเฉพาะระบบความจำ ( อ้างอิงที่ 2 ) รวมถึงมีการศึกษาในการใช้เพื่อป้องกันและรักษาโรคความจำเสื่อม ( Alzheimer’s disease ) ด้วย ( อ้างอิงที่ 3 )
          บทบาทสำคัญอีกประการหนึ่ง ของโคลีนคือ ทำให้ตับสามารถทำการขนถ่ายไขมันได้ ( Fat transportation ) และลดการสะสมไขมันในตับ ( Hepatic steastosis ) การทดลองในหนูพบว่า หากขาดโคลีนก็จะเกิดการสะสมไขมันที่ตับ ( อ้างอิงที่ 4 ) การศึกษาวิจัยในคน ก็พบว่า ผู้ที่ได้รับอาหารทางเส้นเลือด และมีการขาดโคลีนก็จะเพิ่มไขมันสะสมในตับเช่นกัน และยังมีระดับเอนไซม์ของตับสูงขึ้น ซึ่งเป็นอาการของภาวะตับอักเสบอีกด้วย และเมื่อได้รับ โคลีนก็จะลดการสะสมไขมัน และลดการอักเสบของตับได้จริง ( อ้างอิงที่ 5 ) สำหรับสัตว์ทดลอง เช่น หนู สภาวะที่ตับมีไขมันสะสมนี้ ยังร่วมไปกับ เพิ่มอัตราการเป็นมะเร็งที่ตับได้ ( อ้างอิงที่ 6 ) ในทางกลับกัน เมื่อหนูทดลองเหล่านี้ได้รับ โคลีน เสริม ก็ลดการเกิดมะเร็งในตับได้เช่นกัน ( อ้างอิงที่ 7 )
          นอกจากประโยชน์ ดังกล่าวข้างต้นแล้ว โคลีน ยังมีประโยชน์ในด้านช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือดและหลอดเลือดหัวใจ ด้วย ( อ้างอิงที่ 1 )
          ปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายใน 1 วัน ( Adequate Intake ) สำหรับผู้ใหญ่ เพศชาย และ หญิง คือ 550 mg และ 425 mg ตามลำดับ ( อ้างอิงที่ 1 ) มีรายงานการวิจัยถึงผลกระทบของการขาดโคลีนในมนุษย์ว่าจะมีผลทำให้ปริมาณโคลี นลดลงและเกิดความเสียหายต่อตับได้ ( อ้างอิงที่ 8 , 9)

วิตามินบี-คอมเพล็กซ์ คืออะไร
          วิตามิน บี-คอมเพล็กซ์ หรือ วิตามินบีรวมเป็นกลุ่มของวิตามินที่มีความจำเป็นต่อเส้นประสาทและความ สมบูรณ์ของอวัยวะต่าง ๆ ช่วยบำรุงร่างกาย ผิวหนังและระบบประสาท วิตามินบีรวมประกอบด้วย วิตามินบี1 ( Thiamine ) , วิตามินบี 2 ( Riboflavin ) , วิตามินบี 3 ( Niacin ) , วิตามินบี 5 ( Pantothenic acid ) , วิตามินบี 6 ( Pyridoxin ) , วิตามินบี 12 ( Cyanocobalamin ) นอกจากนี้ยังมี กรดโฟลิค ( Folic acid ) โคลีน ( Choline ) อิโนซิทอล ( Inositol ) และ ไบโอติน ( Biotin ) อีกด้วย ( อ้างอิงที่ 10 )

วิตามินบีต่าง ๆ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
          วิตามินบี1 ( Thiamine ) มีความสำคัญต่อเมตาบอลิสมของคาร์โบไฮเดรต
หากขาดจะทำให้เกิดโคเหน็บชา และจะแสดงอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือด ทางระบบประสาทจะมีอาการชาตามมือตามเท้า
ตากระตุ ก แขนขาอ่อนแรง ส่วนอาการทางสมองพบว่า เนื้อสมองจะถูกทำลาย ผู้ป่วยจะมีอาการความจำเสื่อม ซึมเศร้า กระสับกระส่าย ทางระบบหัวใจและหลอดเลือดพบว่า หัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หัวใจมีขนาดโตขึ้นและมีความผิดปกติของการบันทึกคลื่นหัวใจ ( อ้างอิงที่ 10 )
          วิตามินบี2 ( Riboflavin ) มีความจำเป็นต่อการหายใจของเซลล์เมตาบอลิสมของคาร์โบไฮเดรตและไขมัน เป็น co-enzyme ในการเปลี่ยนวิตามินบี 6 และกรดโฟลิค ให้อยู่ในรูป active ทั้งยังทำหน้าที่รักษาสภาพของเยื่อบุผิวและ mucosa ให้เป็นปกติ
หากขาด จะมีอาการแสดงทางตา ริมฝีปากและผิวหนัง เริ่มแรกนั้นริมฝีปากจะอักเสบ แห้งและแตก มุมปากจะซีด แตก เรียกลักษณะดังกล่าวว่าปากนกกระจอก ( Angular stomatitis ) และเมื่อเป็นมากขึ้น จะมีอาการทางผิวหนัง ใบหน้ามีสะเก็ดมัน ๆ ต่อมาจะมีอาการอักเสบของตา ตาสู้แสงไม่ได้ คันตาและแสบลูกตา ( อ้างอิงที่ 10 )
          
วิตามินบี 3 ( Niacin ) มีบทบาทในกระบวนการ Glycolysis, Krebs cycle และการสังเคราะห์กรดไขมัน
หากขาด จะมีผลต่อระบบประสาท โดยมีผลต่อระบบประสาทส่วนปลาย ไขสันหลัง และสมอง เช่น ปลายประสาทอักเสบ ซึ่งอาจมีอาการคลุ้มคลั่ง ชักและหมดสติก่อนตาย รวมถึงยังมีผลต่อระบบผิวหนัง ทำให้มีลักษณะผิวหนังหยาบ เป็นจ้ำสีม่วงหรือเข้ม นอกจากนี้ยังมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร เริ่มตั้งแต่มีร่องแตกที่บริเวณริมฝีปาก เยื่อบุลิ้นจะฝ่อ ลีบ มีอาการอักเสบของลำไส้เล็กและมีเลือดออก ท้องเดิน ( อ้างอิงที่ 10 )
          
วิตามินบี 5 ( Pantothenic acid ) มีความเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาชีวเคมีในร่างกายหลายอย่าง เช่น การเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต การสร้างกลูโคส การสังเคราะห์กรดไขมัน และเสตียรอยด์ฮอร์โมน หากขาด อาจจะมีอาการปวดท้อง อาเจียนและเป็นตะคริว กล้ามเนื้ออ่อนตัวลง อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ( อ้างอิงที่ 10 )
         
 วิตามินบี 6 ( Pyridoxine ) เป็น co-enzyme ที่จำเป็นต่อการผลิตสารสื่อประสาทหลายชนิด มีความสำคัญต่อปฏิกิริยาทั้งหมดในเมตาบอลิสมของกรดอะมิโน มีบทบาทในกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดง หากขาด จะพบอาการโลหิตจาง อ่อนเพลีย เป็นแผลที่มุมปาก ริมฝีปากอักเสบ ชาปลายมือปลายเท้า ผิวหนังเป็นจ้ำ ๆ สีม่วง และมีอาการทางประสาท เช่น มีความคิดสับสน ซึมเศร้า และอาจจะเกิดอาการชักได้ ( อ้างอิงที่ 10 )
          
วิตามินบี 12 ( Cyanocobalamin ) มีบทบาทในเมตาบอลิสมของคาร์โบไฮเดรต ไขมัน โปรตีน รวมถึงมีบทบาทในการเจริญ การแบ่งตัวของเซลล์ และการสังเคราะห์สารที่หุ้มเส้นประสาท ( myelin ) ด้วย หากขาด จะมีผลต่อระบบทางเดินอาหารเนื่องจากมีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์ผิว โดยเฉพาะเยื่อบุทางเดินอาหาร เช่น ทำให้ลิ้นอักเสบ และมีการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุตลอดทางเดินอาหาร และเนื่องจากมีความสำคัญต่อการสร้างสารที่หุ้มเส้นประสาท ( myelin ) ดังนั้น ผู้ที่ขาดจะทำให้มีอาการทางประสาท เช่น ชาตามมือและเท้า เมื่อเป็นมากขึ้นจะมีอาการสับสน ประสาทหลอนได้ รวมถึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตอย่างปกติของเม็ดเลือดแดง หากร่างกายขาดวิตามินชนิดนี้ จะทำให้โลหิตจาง ( อ้างอิงที่ 10 )

 

เอกสารอ้างอิง
1. The National Academies Press, Dietary Reference Intakes for Thiamin, Riboflavin, Niacin, Vitamin B6, Folate, Vitamin B 12, Pantothenic acid, Biotin and Choline. 12 Choline, pages 390-422.
http://darwin.nap.edu/nap-cgi/skimit.cgi?recid=6015&chap=390-422
2. Verbal and visual memory improve after choline supplementation in long-term total parenteral nutrition : a pilot study. JPEN J Parenter Enteral Nutr. 2001 Jan-Feb;25(1):30-5
3. Cognitive improvement in mild to moderate Alzheimer’s dementia after treatment with the acetylcholine precursor choline alfoscerate: a multicenter, double-blind, randomized, placebo-controlled trial. Clin Ther. 2003 Jan;25(1):178-93
4. Choline-deficiency fatty liver: impaired release of hepatic triglycerides. J Lipid Res. 1968 Jul;9(4):437-46
5. Lecithin increases plasma free choline and decreases hepatic steatosis in long-term total parenteral nutrition patients. Gastroenterology. 1992 Apr;102(4 Pt 1):1363-70
6. Accumulation of 1,2-sn-diradylglycerol with increased membrane-associated protein kinase C may be the mechanism for spontaneous hepatocarcinogenesis in choline-deficient rats. J Biol Chem. 1993 Jan25;268(3):2100-5
7. Inhibition of hepatocarcinogenesis in mice by dietary methyl donors methionine and choline. Nutr Cancer. 1990;14(3-4):175-81
8. Choline, an essential nutrient for humans. FASEB J. 1991 Apr;5(7):2093-8
9. Choline deficiency caused reversible hepatic abnormalities in patients receiving parenteral nutrition: proof of a human choline requirement: a placebo-controlled trial. JPEN J Parenter Enteral Nutr. 2001 Sep-Oct;25(5):260-8
10. เครือข่ายวิชาการผลิตภัณฑ์สุขภาพ เรื่อง วิตามิน วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี6 และวิตามินบี 12. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 2547

 

 

 

 

 



 


 

 

 

 

 

 

 

Copyright © 2008 All Rights Reserved GiffarineSociety.Com