|
หน้าแรก
สมัครสมาชิก
สมาชิกของเรา
คณะผู้บริหาร
แนวคิดธุรกิจ
แผนการตลาด
ทำไมต้องกิฟฟารีน
ผลิตภัณฑ์ของเรา
ศูนย์บริการ
โรงงานของเรา
สาระน่ารู้
เว็บไซด์ขยายงาน
เว็บบอร์ด
โปรโมชั่น
กลุ่มบริษัทในเครือ
แลกลิ้งค์กับเรา
เกี่ยวกับเรา
ติดต่อเรา



คุณวิชิต-โอลาสวรรค์ บุญเพ็ง แม่ทีมของเว็บนี้

ร่วมพูดคุยสดๆกับเราที่นี่

คุยกับ Webmaste ผ่าน MSN ได้ที่ noppakun_t@hotmail.com

ชมโฆษณากิฟฟารีนชุดล่าสุด

เช็คยอดออนไลน์
|
>>เรื่องน่ารู้ของแป๊ะก๊วย
เรื่องน่ารู้ของแป๊ะก๊วย
สารสกัดจากใบ แปะก๊วย เรียกว่า Extract Ginkgo Biloba ( EGb) มีฤทธิ์ทางด้านการป้องกันเซลล์สมอง ( Neuroprotective ) จากการขาดเลือด โดยมีสารออกฤทธิ์ คือฟราโวนไกลโคไซด์ ( Flavone glycoside ) และ เทอร์ปีน แลคโตน ( Terpene Lactones ) และสาร Gingolide B
กลไกการออกฤทธิ์ มีสองแบบคือ หนึ่ง ยับยั้งการจับตัวของเกร็ดเลือด ( Platlet Aggregation ) และปรับความยืดหยุ่นของผนังเกร็ดเลือด ( Regulating blood vessel elasticity ) จึงช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ในเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกาย ให้ดีขึ้น กลไกที่สองคือ ฤทธิ์ทางด้าน ต้านอนุมูลอิสสระ ( Antioxidant หรือ hydroxyl radical scavenging activity) ประโยชน์ทั้งหมดในรายงานทางการแพทย์ของแป๊ะก๊วย มีในผู้สูงอายุ เนื่องจากผู้มีอายุมักจะมีเลือดไหลเวียนไม่ดีในบางส่วน จากเส้นเลือดแข็งตัวบ้าง หรือมีเส้นเลือดตีบจากไขมันอุดตันหรือจากโรคต่าง ๆ การที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
หลักฐานทางการแพทย์ในคนไข้ ที่มีรายงานว่าได้ผลชัดเจน
1. เพิ่มความจำและลดอาการทางสมองที่ไม่พึงประสงค์ในผู้สูงอายุ
2. ลดอาการของโรค อัลไซเมอร์ ( Alzheimer )หรือสมองเสื่อมจากการที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ( Multi -infarct Dementia )
3. โรคเสียงในหู ( Tinnitus ) และ เวียนศรีษะในผู้สูงอายุ
4. ลดอาการปวดเมื่อยหรืออ่อนล้า หรือเป็นตะคริว ของกล้ามเนื้อแขนขาจากการขาดเลือดของเนื้อเยื่อร่างกาย ขนาดของแปะก๊วยที่ใช้ในรายงานทางการแพทย์คือประมาณ 120 มิลลิกรัม ( 3 แคปซูลต่อวัน ) โดยจะทานเวลาใดก็ได้ จะแบ่งเป็นหลังอาหาร 3 มื้อ หรือทานรวมเป็นมื้อเดียวก็ได้
ข้อควรระวัง
1. เนื่องจากไม่มีรายงานที่ใช้ในเด็ก และสตรีมีครรภ์จึงไม่แนะนำให้ เด็กและสตรีมีครรภ์รับประทาน
2. โดยหลักการแล้ว ไม่ควรรับประทาน ถ้าทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด ( แอสไพริน และ วอรฟาริน ) ในผู้ป่วยที่มีประวัติเส้นโลหิตในสมองแตก หรือโรคทีเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
Copyright © 2008 All Rights
Reserved GiffarineSociety.Com |