|
กิฟฟารีน เกรทกรีน
คุณสมบัติ : สภาพอากาศที่ร้อน อุณหภูมิที่สูง กระแสลมแรง และฤดูกาลที่แปรปรวน ส่งเสริมให้การแพร่ระบาดของศัตรูพืชเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการลดการสูญเสียของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และปุ๋ยสภาพอากาศที่ร้อน อุณหภูมิที่สูง กระแสลมแรง และฤดูกาลที่แปรปรวน ส่งเสริมให้การแพร่ระบาดของศัตรูพืชเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการลดการสูญเสียของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และปุ๋ยเคมีที่ฉีดพ่นทางใบ การใช้สารเสริมประสิทธิภาพผสมเข้าใบในถังพ่นสารเคมี จะเป็นการเสริมคุณสมบัติของสารเคมีที่ผสมนั้นๆ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น
วิธีการใช้งาน :
วิธีผสม : 1. เติมน้ำลงในถังผสมยา 2. เติมเกรทกรีน หรือ เกรทกรีน พลัส ลงในถังแล้วผสมให้เข้ากัน 3. เติมสารกำจัดแมลงและเชื้อรา ตามคำแนะนำของสารแต่ละชนิด หากต้องการเพียงกำจัดวัชพืช ให้ใช้เกรทกรีนเท่านั้น
หมายเหตุ
* ให้ใช้เกรทกรีน หรือเกรทกรีน พลัส เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น * เกรทกรีน และเกรทกรีน พลัส ไม่ใช่ปุ๋ย แต่เป็นสารเสริมประสิทธิภาพของสารเคมี ที่นำมาผสมฉีดพ่นทางใบ และในเกรทกรีน พลัส จะผสมสารเพิ่มการเจริญเติบโตและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อพืชด้วย
|
|
|
|
กิฟฟารีน เกรทกรีน พลัส
คุณสมบัติ : สภาพอากาศที่ร้อน อุณหภูมิที่สูง กระแสลมแรง และฤดูกาลที่แปรปรวน ส่งเสริมให้การแพสภาพอากาศที่ร้อน อุณหภูมิที่สูง กระแสลมแรง และฤดูกาลที่แปรปรวน ส่งเสริมให้การแพร่ระบาดของศัตรูพืชเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการลดการสูญเสียของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และปุ๋ยเคมีที่ฉีดพ่นทางใบ การใช้สารเสริมประสิทธิภาพผสมเข้าใบในถังพ่นสารเคมี จะเป็นการเสริมคุณสมบัติของสารเคมีที่ผสมนั้นๆ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น
วิธีการใช้งาน :
วิธี ผสม : 1. เติมน้ำลงในถังผสมยา 2. เติมเกรทกรีน หรือ เกรทกรีน พลัส ลงในถังแล้วผสมให้เข้ากัน 3. เติมสารกำจัดแมลงและเชื้อรา ตามคำแนะนำของสารแต่ละชนิด หากต้องการเพียงกำจัดวัชพืช ให้ใช้เกรทกรีนเท่านั้น
หมายเหตุ
* ให้ใช้เกรทกรีน หรือเกรทกรีน พลัส เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น * เกรทกรีน และเกรทกรีน พลัส ไม่ใช่ปุ๋ย แต่เป็นสารเสริมประสิทธิภาพของสารเคมี ที่นำมาผสมฉีดพ่นทางใบ และในเกรทกรีน พลัส จะผสมสารเพิ่มการเจริญเติบโตและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อพืชด้วย |
|
|
|
กิฟฟารีน ท็อป-เอ็น 30-0-0
ท็อปเอ็น - คือ สุดยอดเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ปฏิวัติรูปแบบของการใช้ปุ๋ยทางใบ - คือ ไนโตรเจนที่อยู่ในรูปของไนโตรเจนที่ปลดปล่อยต่อเนื่อง (Slow Release) สามารถปลดปล่อยไนโตรเจนได้อย่างยาวนาน ในจำนวนที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปและต่อเนื่อง พืชจึงสามารถใช้ไนโตรเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและเพียงพอ ต่อเนื่องตามระยะที่พืชต้องการ กิฟฟารีน ท็อป-เอ็น 30-0-0 คือไนโตรเจนในรูปของไตรอะโซน ค่อยๆ แตกตัวให้ไนโตรเจนแก่พืช ช่วยลดปัญหาการสะสม ไนเตรต หรือ ไนโตรเจนในดินหรือพืช ช่วยในการรักษาสภาพแวดล้อม สามารถใช้ได้ทั้งทางใบและทางดินตามระบบน้ำ(Fertigation) หรือการปลูกพืชในสารละลาย (Hydroponic)
วิธีการใช้งาน :
สำหรับ ไม้ผล เช่น ส้ม เงาะ ลำไย ลางสาด ลิ้นจี่ มะม่วง กระท้อน ฯลฯ ใช้กิฟฟารีน ท็อป-เอ็น 30-0-0 ประมาณ 2 ครั้ง โดยครั้งแรก จะใช้เมื่อติดผลใหม่ๆ ในอัตรา 100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว โดยผสมโบโรแคลและแม็กก้าซิงค์ และฉีดซ้ำอีกครั้ง หลังจากการฉีดครั้งแรกแล้ว ประมาณ 1 เดือน สำหรับไม้ดอก ไม้ประดับ เช่น กล้วยไม้ ฯลฯ * ใช้กิฟฟารีน ท็อป-เอ็น 30-0-0 ในอัตรา 50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นเดือนละ 1 ครั้ง โดยใช้ร่วมกับโบโรแคล แม็กก้าซิงค์ แมกนีเซีย หรือกิฟฟารีน ไอออน สำหรับผักกินใบ เช่น คะน้า กวางตุ้ง ผักชี ต้นหอม คื่นไช้ ฯลฯ * ใช้กิฟฟารีน ท็อป-เอ็น 30-0-0 ในอัตรา 50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 15 วัน โดยใช้ร่วมกับโบโรแคล แม็กก้าซิงค์ แมกนีเซีย หรือกิฟฟารีน ไอออน สำหรับพืชไร่ เช่น ข้าว ข้าวโพด ถั่วต่างๆ (ไม่แนะนำให้ใช้กับถั่วลิสง) สับปะรด อ้อย มะเขือเทศ พรก แตงโม ฯลฯ * ใช้กิฟฟารีน ท็อป-เอ็น 30-0-0 ในอัตรา 50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 15 วัน โดยใช้ร่วมกับโบโรแคล แม็กก้าซิงค์ แมกนีเซีย หรือกิฟฟารีน ไอออน โดยฉีดพ่น 1-2 ครั้ง ทิ้งระยะห่างกันประมาณ 15 วันในช่วงต้นของการเจริญเติบโต
หมายเหตุ
ควรใช้อย่างระมัด ระวังกับพืชผักที่ลงหัว หรือกินหัว หรือผีกที่เข้าห่อ เช่น กะหล่ำปลี หัวไชเท้า หัวหอม กระเทียม มันเทศ เผือก เพราะอาจทำให้การลงหัวไม่ดี โดยให้ใช้ได้ 1-2 ครั้งเท่านั้น ในช่วงต้นของการเจริญเติบโต |
|
|
|
กิฟฟารีน ปุ๋ยเกล็ด โกรแม็กซ์ 30-10-10
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการเกษตรแผนใหม่ เป็นปุ๋ยที่ใช้ได้ทั้งทางรากและทางใบหรือให้ทางระบบน้ำ (Fertigation) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ละลายน้ำได้ 100% ไม่มีกาก จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะติดหัวฉีด หรือเครื่องพ่นยา ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ เมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ เมื่อหยดน้ำยา(ปุ๋ย) ลงดินพืชสามารถดูดใช้ได้ทางราก ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์จึงสามารถถูกใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่สูญเสีย ที่สำคัญที่สุด ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ ผลิตจากวัตถุดิบที่ปราศจากคลอไรด์ (CL) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ จึงสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดโดยไม่เป็นพิษ โดยเฉพาะพืชที่ไวต่อปริมาณคลอไรด์ (Chloride Sensitive) เช่น ยาสูบ, ทุเรียน, ส้ม ฯลฯ
สูตร 30-10-10
ใช้ในระยะแรกของการเจริญเติบโต เร่งการเจริญเติบโต ทางลำต้น และใบ |
|
|
|
กิฟฟารีน ปุ๋ยเกล็ด โกรแม็กซ์ 15-15-15
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการเกษตรแผนใหม่ เป็นปุ๋ยที่ใช้ได้ทั้งทางรากและทางใบหรือให้ทางระบบน้ำ (Fertigation) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ละลายน้ำได้ 100% ไม่มีกาก จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะติดหัวฉีด หรือเครื่องพ่นยา ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ เมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ เมื่อหยดน้ำยา(ปุ๋ย) ลงดินพืชสามารถดูดใช้ได้ทางราก ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์จึงสามารถถูกใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่สูญเสีย ที่สำคัญที่สุด ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ ผลิตจากวัตถุดิบที่ปราศจากคลอไรด์ (CL) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ จึงสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดโดยไม่เป็นพิษ โดยเฉพาะพืชที่ไวต่อปริมาณคลอไรด์ (Chloride Sensitive) เช่น ยาสูบ, ทุเรียน, ส้ม ฯลฯ
สูตร 15-15-15
เร่งการเจริญเติบโตทางด้านของลำต้น ใบ ดอก และผล |
|
|
|
กิฟฟารีน ปุ๋ยเกล็ด โกรแม็กซ์ 10-52-17
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการเกษตรแผนใหม่ เป็นปุ๋ยที่ใช้ได้ทั้งทางรากและทางใบหรือให้ทางระบบน้ำ (Fertigation) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ละลายน้ำได้ 100% ไม่มีกาก จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะติดหัวฉีด หรือเครื่องพ่นยา ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ เมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ เมื่อหยดน้ำยา(ปุ๋ย) ลงดินพืชสามารถดูดใช้ได้ทางราก ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์จึงสามารถถูกใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่สูญเสีย ที่สำคัญที่สุด ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ ผลิตจากวัตถุดิบที่ปราศจากคลอไรด์ (CL) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ จึงสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดโดยไม่เป็นพิษ โดยเฉพาะพืชที่ไวต่อปริมาณคลอไรด์ (Chloride Sensitive) เช่น ยาสูบ, ทุเรียน, ส้ม ฯลฯ
สูตร 10-52-17
หยุดการเจริญเติบโตทางด้านลำต้น, ใบ ช่วงเร่งดอก และป้องกันดอก-ผลร่วง |
|
|
|
ปุ๋ยเกล็ด กิฟฟารีน โกรแม็กซ์ 6-20-30
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการเกษตรแผนใหม่ เป็นปุ๋ยที่ใช้ได้ทั้งทางรากและทางใบหรือให้ทางระบบน้ำ (Fertigation) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ละลายน้ำได้ 100% ไม่มีกาก จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะติดหัวฉีด หรือเครื่องพ่นยา ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ เมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ เมื่อหยดน้ำยา(ปุ๋ย) ลงดินพืชสามารถดูดใช้ได้ทางราก ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์จึงสามารถถูกใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่สูญเสีย ที่สำคัญที่สุด ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ ผลิตจากวัตถุดิบที่ปราศจากคลอไรด์ (CL) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ จึงสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดโดยไม่เป็นพิษ โดยเฉพาะพืชที่ไวต่อปริมาณคลอไรด์ (Chloride Sensitive) เช่น ยาสูบ, ทุเรียน, ส้ม ฯลฯ
สูตร 6-20-30
สูตรเร่งสี เพิ่มน้ำหนัก และความหวาน ช่วยให้สภาพของผลคงทนแข็งแรงยาวนานขึ้น |
|
|
|
ปุ๋ยโกรแม็กซ์ สูตร 0-52-34
เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาสำหรับการเกษตรแผนใหม่ เป็นปุ๋ยที่ใช้ได้ทั้งทางรากและทางใบหรือให้ทางระบบน้ำ (Fertigation) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ละลายน้ำได้ 100% ไม่มีกาก จึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะติดหัวฉีด หรือเครื่องพ่นยา ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ เมื่อใช้ฉีดพ่นทางใบ เมื่อหยดน้ำยา(ปุ๋ย) ลงดินพืชสามารถดูดใช้ได้ทางราก ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์จึงสามารถถูกใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่สูญเสีย ที่สำคัญที่สุด ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ ผลิตจากวัตถุดิบที่ปราศจากคลอไรด์ (CL) ปุ๋ยเกล็ดโกรแม็กซ์ จึงสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดโดยไม่เป็นพิษ โดยเฉพาะพืชที่ไวต่อปริมาณคลอไรด์ (Chloride Sensitive) เช่น ยาสูบ, ทุเรียน, ส้ม ฯลฯ
สูตร 0-52-34
โมโนโพแทสเซี่ยมฟอสเฟต สูตรยับยั้งการแตกใบอ่อน สะสมอาหารเพื่อการออกดอก |
|
|
|
ปุ๋ยกล้วยไม้ โกรแม็กซ์
มีธาตุรองและธาตุเสริม เช่น Ca, Mg, Cu, Mn, Fe, Zn, B, Mo และวิตามิน บี 1 (Thiamine) เป็นปุ๋ยที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อเป็นปุ๋ยสำหรับกล้วยไม้โดยเฉพาะสูตร 20-20-20 หรือสูตรเสมอ บำรุงทุกส่วน เร่งให้ก้านช่อดอกยาว ดอกโต สีเข้ม สีสวย กลีบดอกทนทาน เร่งต้น เร่งใบ โดยที่สูตรเสมอจะเร่งรากด้วย วิตามิน บี 1 โมโนไนเตรท จึงปราศจากความเป็นพิษต่อกล้วยไม้โดยสิ้นเชิง และมีธาตุรอง, ธาตุเสริมครบครันตามความต้องการของกล้วยไม้ ในรูปของแคทไอออน อีดีทีเอ ละลายน้ำง่าย ละลายน้ำมากกว่า และละลายน้ำ 100% ไม่อุดตันหัวฉีดหรือระบบน้ำ กล้วยไม้สวยงาม ต้นดี รากขยาย ดอกใหญ่ สีสด ช่อดอกยาว ด้วยปุ๋ยโกรแม็กซ์สูตรเสมอ 20-20-20 นอกจากนี้ควรเร่งดอกกล้วยไม้ด้วยปุ๋ยโกรแม็กซ์สูตร 10-52-17 เติมสีเข้มข้นเป็นครั้งคราวด้วยปุ๋ยโกรแม็กซ์ 6-20-30
อัตราการใช้ : 70 - 100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร |
|
|
|
อาหารเสริมสำหรับพืช โบโรแคล
อาหารเสริมสำหรับพืช โบโรแคล ช่วยป้องกันดอก-ผลร่วง ลดการแตกของผลไม้ ทำให้พืชแข็งแรง และช่วยในการออกดอกและขยายราก โบโรแคลประกอบด้วย แคลเซี่ยม 7 % และโบรอน 2 % ผลิตโดยใช้แคลเซี่ยม ในรูปของแคลเซี่ยม คีเลท และโบรอน ในรูปของโบรอนที่ละลายน้ำได้ 100 % คือ โซเดียม บอเรท ไม่ใช่กรดบอริกหรือผงโบแร็กซ์
ปริมาณการใช้ : 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร |
|
|
|
อาหารเสริมสำหรับพืช แม็กนีเซีย
แม็กนีเซียประกอบด้วยแม็กนีเซี่ยม (Mg+++) 9.5% และไนโตรเจนรูปไนเตรท (No3-) 11% ละลายน้ำได้ 100% เหมาะสำหรับการฉีดพ่นทางใบ, ระบบน้ำ และการปลูกพืชไม่ใช้ดิน (Hydroponic) แม็กนีเซีย ช่วยเสริมความแข็งแรง เพิ่มคลอโรฟิลล์ ในการสังเคราะห์แสง ช่วยพืชในการสังเคราะห์น้ำมัน และทนต่ออากาศที่แห้งแล้งได้ดี |
|
|
|
อาหารเสริมสำหรับพืช เม็กก้า-ซิงค์
เม็กก้า-ซิงค์ คือสังกะสี อี ที เอ (Zn-EDTA) 9.5% ซึ่งอยู่ในรูป Zn++ ละลายน้ำ 100% ไม่รวมตัวกับธาตุอื่นช่วยเพิ่มความเขียว รักษาโรคพืชที่เกิดจากการขาดสังกะสี เช่น โรคใบแก้วของส้มแก้ปัญหาการไม่ยืดตัว, ใบเล็ก ใบเบี้ยว เป็นกระจุก
อัตราการใช้ : 5 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร |
|
|
|
ไบรท์-กรีน
แมงกานีสเข้มข้น 6.2% แมงกานีสเป็นธาตุอาหารจำเป็นที่พืชขาดไม่ได้ ถ้าขาดพืชจะเจริญเติบโตต่อไม่ได้แงกานีสเป็นธาตุที่เมื่อขาด พืชจะแสดงอาการเหลืองที่ใบ เนื่องจากการสร้างคลอโรฟิลล์ไม่สมบูรณ์ และอายุของคลอโรฟิลล์สั้น ดังนั้นถึงแม้แมงกานีสจะไม่ใช่ส่วนโครงสร้างโดยตรงของคลอโรฟิลล์ แต่การขาดแมงกานีสจึงทำให้ใบเหลืองได้ นอกจากนี้แมงกานีสยังช่วยเพิ่มอัตราการสังเคราะห์แสง ใน Photosystem II
คุณสมบัติ : ไบรท์-กรีน คือ ธาตุแมงกานีสเข้มข้น 6.2% ในรูปคีเลทชนิดน้ำ พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้จริงทั้งทางรากและส่วนใบ หรือต้น หรือผลที่มีสีเขียว ไรท์-กรีนจึงสามารถใช้ผสมน้ำฉีดพ่นทางใบ (Foliar Application) ทางระบบน้ำ (Fertigation) หรือการปลูกพืชไร้ดิน (Hydroponic) เพื่อให้แมงกานีสกับพืชเมื่อพืชแสดงอาการขาด หรือเพื่อเพิ่มการเจริญเติบโตและผลผลิต
ประโยชน์ :
1.ช่วยยืดอายุของคลอโรฟิลล์ จึงทำให้พืชมีสีเขียวนาน
2. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสงพืชปรุงอาหารได้มากขึ้น
3. ช่วยยืดอายุของใบ
4. ช่วยให้ผัก, ดอก, ผล, ผลไม้ทุกชนิดเพิ่มขนาด เพิ่มน้ำหนักได้ในช่วงวิกฤตเมื่อพืชอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์
5. ช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของผลผลิต
6. ช่วยให้พืชสะสมอาหารเร็วขึ้น และมากขึ้นในช่วงสะสมอาหารเพื่อออกดอก
7. ช่วยให้พืชต้นไม่โทรม
8. ช่วยแก้ปัญหาการขาดธาตุแมงกานีส |
|
|
|
โมเด็ม
โมลิบดินั่ม : เป็นธาตุอาหารจำเป็นสำหรับพืชทุกชนิดที่ขาดไม่ได้ ถ้าขาดพืชจะไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ โมดินั่มช่วยส่งเสริมขบวนการสร้างและใช้ไนโตรเจน การสร้างปมของรากถั่ว การตรึงไนโตรเจนจากอากาศ และการเปลี่ยนรูปไนโตรเจน เพื่อให้อยู่ในรูปที่พืชใช้งานได้
คุณสมบัติ : โมเด็ม คือธาตุโมลิบดินั่ม ความเข้มข้น 4.5% อยู่ในรูปคีเลทของเหลวใสมีความบริสุทธิ์สูง ที่พืชสามารถดูดซึมไปใช้ได้จริง สามารถดูดซึมผ่านผิวใบ หรือส่วนของลำต้นที่มีสีเขียวได้ดี จึงสามารถผสมน้ำฉีดพ่นทางใบ (Follar applicalton) พ่นใส่ผลโดยตรง ผสมน้ำให้ทางระบบน้ำ (Fertigation) การปลูกพืชโดยไร้ดิน(Hydroponic) เพื่อให้โมลิบดินั่มกับพืชเวลาที่พืชขาดหรือเพิ่มเติมผลผลิต ในระยะที่พืชต้องการโมลิบดินั่มเป็นพิเศษ
ประโยชน์โมเด็มจะช่วยให้พืช
1. สร้างปมในพืชตระกูลถั่ว
2. สร้างและใช้ไนโตรเจนได้ดี
3. ขยายยอด ขยายผล
4. สร้างเสริมการทำงานของ Bacteria Nitrosomonas และ Nitrococcus
5. ส่งเสริมการเจริญเติบโตของราก
6. ช่วยแก้ไขการขาดธาตุโมลิบดินั่ม
7. เพิ่มการเจริญเติบโตและผลผลิต |
|
|
|
กิฟฟารีน ไอออน
กิฟฟารีน ไอรอน จะให้ธาตุเหล็กกับพืช เพื่อช่วยให้พืชเจริญเติบโต แข็งแรง ช่วยสร้างคลอโรฟิลด์ แก้อาการยอดเหลือง เนื่องจากการขาดเหล็ก ช่วยในขบวนการหายใจ การสังเคราะห์ โปรตีน และเร่งปฏิกิริยาเคมีต่างๆ ในพืช ทำให้พืชแข็งแรง ใบเขียวเข้มเป็นมัน ให้ผลผลิตสูง และมีคุณภาพเยี่ยม
วิธีการใช้งาน :
กิฟฟารีน ไอออน ใช้ได้กับพืชทุกชนิด เพื่อรักษาอาการขาดธาตุเหล็ก โดยเฉพาะพืชที่ปลูกในดินด่าง หรือดินที่มีค่า pH สูง โดยฉีดทุกระยะการเจริญเติบโต หรือใช้เพื่อเสริมธาตุเหล็กในระยะที่พืชต้องการสูง เช่นระยะแตกใบอ่อน หรือระยะก่อนเก็บเกี่ยว ในระยะแตกใบอ่อนนั้น ใช้ฉีดประมาณ 1-2 ครั้ง ในอัตรา 1-3 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ในกรณีที่ดินขาดธาตุเหล็ก เช่น ดินมีปูนมาก จะฉีดในอัตรา 1-3 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 7 -10 วัน ส่วนพืชผักและไม้ดอกนั้น จะฉีดพ่น 1-3 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 15 วัน
หมายเหตุ
กิฟฟารีน ไอออน เป็นธาตุเหล็ก ธาตุเดี่ยว ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ไม่สามารถทดแทนธาตุอาหารอื่นได้ ดังนั้น จึงขอแนะนำให้ฉีดร่วมกับปุ๋ยโกรแม็กซ์ |
|
|
|
เจอร์มิเนท
กรดอมิโน 19 ชนิด ในรูปของกรดอมิโนอิสระ (L-amino acid) ที่สามารถดูดซึมเข้าสู่เซลล์ผิงอย่างรวดเร็วและเป็นจำนวนมาก พืชสามารถนำไปใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องย่อยสลายอีก เมื่อพืชดูดรับเจอร์มิเนทจะถูกนำไปใช้ทันทีเพื่อ
- เพื่อช่วยในการงอกของเมล็ด โดยใช้แช่เมล็ดและชุบหน่อท่อนพันธุ์
- เพื่อกระตุ้นการแตกยอดใหม่ การแตกดอก และการติดผล
- เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตขิงพืช
นอกจากหน้าที่หลักๆ แล้ว เจอร์มิเนท (Germinate) ยังช่วยพืชในกระบวนการสังเคราะห์แสง และกระบวนการหายใจด้วยเจอร์มิเนท (Germinate) เป็นสารชีวภาพ 100% ที่ผลิตจากพืชโดยเทคโนโลยีขั้นสูง ปลอดภัยต่อผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม |
|
|
|
สารเคมีป้องกันและกำจัดราโรคพืช ซิงโค-ไซท์
สารเคมีป้องกันและกำจัดโรคพืชชนิดสัมผัส ไม่เคลื่อนย้าย มีชื่อสามัญว่า Ethylene bisdithiocarbamate (EBDC) หรือแมนโคเซป สามารถใช้ควบคุมและกำจัดเชื้อราได้อย่างกว้างขวางในพืชปลูกหลายชนิด เช่น โรคแอนแทรกโนสในมะม่วง โรคใบจุดสีม่วงในหอม และกระเทียม โรคราสนิมในกล้วยไม้ โรคตากบ ฯลฯ
ซิงค์โคไซด์ใช้ได้กับพืชมากมายตั้งแต่องุ่น ข้าวโพด มะเขือเทศ กล้วย มันฝรั่ง ข้าว ข้าวสาลี พืชผัก และอื่นๆ อีกมากมาย หากใช้ซิงโคไซด์ ตามคำแนะนำที่กำหนดจะไม่เป็นพิษต่อแมลง ที่เป็นประโยชน์ต่อพืชหรือรบกวนการผสมเกสรของพืชที่ปลูกเลย |
|
|
|
สารเคมีป้องกันและกำจัดราโรคพืช ฟารีน เอส ซี
คุณสมบัติ
- เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพจากประเทศเบลเยี่ยม
- เป็นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคพืชชนิดดูดซึม
- ชื่อสามัญ คาร์เบนดาซิม
- ออกฤทธิ์ป้องกันและกำจัดเชื้อราได้หลายชนิด เข้าทำลายเชื้อรา โดยการยับยั้งการแบ่งเซลของเชื้อรา
- ใช้ได้กับพืชหลายชนิด เช่น ข้าว พริก มะม่วง พืชผักต่างๆ และไม้ดอก ไม้ประดับ เป็นต้น |
|
|
|
สารเคมีป้องกันและกำจัดเชื้อรา ซิลทาไซด์
สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา โรคพืชซึ่งเกิดจากเชื้อราชั้นต่ำในดิน เช่น เชื้อราไฟทอปทอร่า, ฟิวซาเรียม และสเคลอโรเทียม มีฤทธิ์ในการป้องกันกำจัดเชื้อราได้ทั้งชนิดสัมผัส และดูดซึม ใช้ได้โดยการฉีดพ่นบนดิน ทากิ่งต้น และรดน้ำลงดิน ป้องกันโรครากเน่า โคนเน่า โรคเหี่ยว ชื่อสามัญคือ เมธาแลกซิล |
|
|
|
สารเคมีป้องกันและกำจัดเชื้อรา ไตรค๊อป
ชีวินทรีย์ป้องกันกำจัดโรคพืช ชื่อสามัญคือ เชื้อไตรโคเดอร์มา ฮาร์เซียนั่ม ป้องกันโรครากเน่า โคนเน่า โรคเหี่ยว จากเชื้อราไฟทอปทอร่า หรือเชื้อฟิวซาเรียม และสเคลอโรเทียม |
|
|
|
สารเคมีป้องกันและกำจัดเชื้อรา กีฟพรี
กิฟพรี คือสารเคมีกำจัดวัชพืชในกลุ่มไดฟีนิลอีเทอร์ (Diphenyllether) มีชื่อสามัญว่า อ๊อกซี่ฟลูออเฟน (Oxyfluorfen) ใช้เพื่อควบคุมวัชพืชใบกว้าง แบบก่อนงอก (Pre emergence) เช่น ผักเบี้ยใหญ่, ผักโขมหนาม, ผักโขมสาบแร้ง, โทงเทง, กะเม็ง ใช้ได้กับหอมหัวใหญ่, หอมแดง, กระเทียม และพืชที่ย้ายกล้าปลูก เช่น ยาสูบ พริก แตงต่างๆ พืชตระกูลกะหล่ำ
วิธีการใช้และอัตราการใช้ :
ใช้ฉีดพ่นในแปลงที่ต้องเตรียมดินเรียบร้อย ฉีดพ่นก่อนทำการปลูก 1-2 วัน โดยใช้อัตรา 30-50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร และใช้น้ำ 80 ลิตร (4 ปิ๊ป) |
|
|
|
กิฟฟารีน ชริมพ์ แอทแทรก
กิฟฟารีน ชริมพ์ แอทแทรก สารคาว สารเคลือบ สารดึงดูด และกระตุ้นการกินอาหารของกุ้ง ชริมพ์ แอทแทรก คือ สารเสริมสูตรพิเศษ ประกอบด้วยวัตถุดิบ ซึ่งสกัดจากสิ่งที่มีชีวิต เช่น หัวกุ้ง นอกจากนี้ยังเสริมคุณค่าเลซิติน โปรตีน และแร่ธาตุที่จำเป็นอีกด้วย
วิธีการใช้งาน :
ขนาดและวิธีการใช้ ผสมคลุกเคล้า ชริมพ์ แอทแทรก กับอาหารกุ้งให้ทั่ว ในอัตราส่วน 20 ซีซี ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม นำไปผึ่งลมให้แห้ง 15-30 นาที ก่อนนำอาหารไปหว่าน |
|
|
|
กิฟฟารีน เอ็นซายม์-แบค
จุลินทรีย์และเอ็นซายม์ สำหรับกำจัดของเสียแก๊สพิษในบ่อกุ้ง ไม่แกว่งพี-เอช ใช้ง่ายไม่ต้องเลี้ยงเชื้อปฏิกิริยา เคมีที่มีความปลอดภัยทำให้กุ้งไม่งอเกร็งเหมือนการใช้จุลินทรีย์ทั่วไป ใช้น้อยเมื่อเปรียบเทียบการใช้ต่อพื้นที่ต่อไร่หรือต่อครอปการเลี้ยง
ส่วนประกอบ
1. จุลินทรีย์ มีจำนวน 10 พันล้านใน 1 กรัม (10x1010)
- เซลลูโลโมแนส (Cellulomonas sp)
- ไนโตรโซโมแนส (Nitrosomonas sp)
- ไนโตรแบคเตอร์ (Nitrobacter sp)
- แอโรแบคเตอร์ (Aerobacter sp)
2. เอ็นซายม์ (Extracellular enzyme)
- เอ็นซายม์ โปรทีเอส (Enzyme Protieases)
- เอ็นซายม์ อมัยเลส (Enzyme Amylases)
- เอ็นซายม์ ไลเปส (Enzyme Lipases)
- เอ็นซายม์ เฮมิเซลลูเลส (Enzyme Hemicellulases)
- เอ็นซายม์ แลคเทส (Enzyme Lactases)
สรรพคุณ : ใช้เป็นประจำในระบบการจัดการฟาร์ม จะทำให้พื้นบ่อไม่เกิดแก๊สพิษ สีน้ำแข็ง ไม่ล้ม (ดร๊อป) น้ำในบ่อและยอจะสะอาด ไม่เกิดขี้แดด สุขภาพกุ้งจะดี แข็งแรงและไม่เหม็นโคลน ทำให้เลี้ยงกุ้งได้ง่ายขึ้น
อัตราการใช้ :
เพื่อการจัดการฟาร์ม (บ่อกุ้ง) ที่ดี ควรใช้อัตรา 10-15 กรัม/ไร่ ทุกๆ 7 วัน ตั้งแต่เริ่มเลี้ยงกุ้ง ถ้าในบ่อมีขี้เลนหรือมีของเสียมากซึ่งมักเกิดขึ้นในบ่อเมื่ออายุกุ้ง 45 วันขึ้นไป ให้ใช้กิฟฟารีน เอ็นซายม์-แบค ในอัตรา 10-15 กรัมต่อไร่ ห่างกัน 5 วันก่อน และหลังจากนั้นใช้อัตราปกติ ประมาณ 20-30 กรัมต่อไร่/สัปดาห์ |
|
|
|
กิฟฟารีน ชริมพ์ พี แอล ฟีด
อาหารสำเร็จรูปสำหรับกุ้งอ่อน เช่น กุ้งอนุบาล กุ้งกั้นคอก หรือไม่กั้นคอก พัฒนาใหม่ที่ผ่านการพิสูจน์ทดลองมาแล้ว เหมาะสำหรับใช้เลี้ยงลูกกุ้งวัยอ่อน ระยะที่ 10 ถึงระยะ ที่ 15 (หลังจากเชื้อจากบ่อเพาะฟัก นำมาเลี้ยงในบ่อดิน) อุดมไปด้วยสารอาหารครบถ้วนย่อยง่ายมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก
ส่วนประกอบที่สำคัญ : ปลาป่น โปรตีนหัวกุ้ง ปลาหมึกป่น แป้งสาลี วิตามิน แร่ธาตุ สารปรุงแต่งธรรมชาติ อาหารสัตว์ และสารถนอมคุณภาพอาหารสัตว์ |
|
|
|
กิฟฟารีน พีเอช คิท
ในการเลี้ยงสัตว์น้ำทุกชนิด คุณภาพของน้ำ มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต และการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำได้ สำหรับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ คุณภาพน้ำที่ดีที่พร้อมจะปล่อยกุ้งนั้น จะต้องมีความเป็นกรด-ด่าง หรือ พีเอช(pH) อยู่ระหว่าง 6.5-8.5 คือน้ำจะต้องมีความเป็นกรดอ่อนถึงเบสอ่อน
วิธีการใช้งาน
1. นำน้ำตัวอย่างที่ต้องการวัดค่า pH ใส่หลอดทดลองประมาณครึ่งหลอด
2. หยดน้ำยาวัดค่า pH ประมาณ 5-6 หยด ลงในหลอดน้ำที่จะทำการทดสอบ แล้วเขย่าให้เข้ากัน จะเกิดสีในน้ำ
3. เทียบของน้ำที่เกิดขึ้นกับแถบฉลากสีมาตรฐาน แล้วทำการอ่านค่าตัวเลข pH ที่มีสีใกล้เคียงกับสีน้ำที่เกิดขึ้น
4. ค่าที่อ่านได้คือค่า pH ของตัวอย่างน้ำที่วัดนั้นๆ
หมายเหตุ : หากต้องการนำไปตรวจสอบค่า pH ของดิน ให้นำดินมา 1 ส่วน เติมน้ำไปประมาณ 5 ส่วน คนให้เข้ากัน ตั้งทิ้งไว้นานประมาณ 20-30 นาที แล้วจึงรินน้ำที่ใส ใส่ในหลอดแก้ว และดำเนินการตามขั้นตอนการวัดเช่นเดียวกับการวัดค่าของน้ำ |